TOA โชว์รายได้ปี 67 รวม 21,357 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.27 บ. เดินหน้ารุกตลาดวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกแบบ Total Solution ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1
TOA โชว์รายได้ปี 67 รวม 21,357 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.27
บ.
เดินหน้ารุกตลาดวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกแบบ Total Solution ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1
บริษัท
ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ประกาศผลประกอบการปี
2567 ด้วยรายได้รวม 21,357 ล้านบาท และรายได้ไตรมาส
4/2567 ที่ 5,292 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ
TOA ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขัน พร้อมวางกลยุทธ์ปี 68
ขยายตลาดวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกแบบ Total Solution เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายจตุภัทร์
ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด
(มหาชน) เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาที่ชะลอตัวลงจากภาระหนี้ครัวเรือน
ค่าครองชีพสูงขึ้น และการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ซบเซาลงตามด้วย ส่งผลให้ในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม
21,357 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ในไตรมาส 4/2567 เป็นเงิน 5,292 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลัก
(ไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการบริหารเงินสด) ในปี 2567 เป็นเงิน 2,268 บาท ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 4/2567
เป็นเงิน 470 ล้านบาท
ทั้งนี้
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568
มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลัง หุ้นละ 0.27 บาท รวมกับปันผลครึ่งปีแรก หุ้นละ 0.33 บาท คิดเป็นเงินปันผลรวมทั้งปี
หุ้นละ 0.60 บาท โดยจะเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาในวันที่
25 เมษายน 2568 ต่อไป
กลยุทธ์ปี 68 - มุ่งขยายตลาดวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกแบบ Total Solution
แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนในช่วงต้นปี 2568 แต่เราเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการฟื้นตัวของภาคส่งออกและการท่องเที่ยว
ในปี 2568 จึงวางแผนรุกตลาดวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกอย่างเต็มรูปแบบ
ภายใต้กลยุทธ์ Total Solution โดยเน้นการขยายตลาดสีทาอาคารที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย
การเพิ่มไลน์สินค้า Non-Decorative อาทิ เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง
ยิปซั่มบอร์ด กระเบื้อง และวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมสีใหม่ สูตร
2-in-1 ไม่ต้องทารองพื้น ช่วยลดต้นทุนผู้บริโภค ทั้งค่าแรง
ค่าสี และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น เพื่อสร้างมิติใหม่ของวงการสีทาอาคารที่จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมและเป็น เทรนด์ใหม่ในอนาคต
TOA กับภารกิจ “7-Green” สู่ Net-Zero
การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน
ด้วยเป้าหมายลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลง 50% ภายในปี 2030 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emissions) ภายในปี 2050 โดยดำเนินการผ่านกลยุทธ์
7-Green อย่างเป็นรูปธรรมที่ครอบคลุมการพัฒนาและผลิตสินค้าให้มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้พลังงาน
ไปจนถึงการจัดการห่วงโซ่อุปทาน อาทิ ผลิตภัณฑ์สี TOA Organic
Care, SuperShield, Duraclean A Plus, TOA 7in1,
TOA Shield-1 Nano, 4SEASONS,
SUPERMATEX หรือ TOA กลุ่ม Expert 2 in
1 รวมทั้งแผ่นยิปซัม ที่ได้รับฉลากลดโลกร้อน หรือ Carbon
Footprint Reduction จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
มากที่สุดในตลาดสีทาอาคารและวัสดุก่อสร้าง รวม 133 ผลิตภัณฑ์
“เรามุ่งมั่นเป็นผู้นำนวัตกรรมสีและวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ “Change” เพื่อปรับกระบวนการภายใน
การจัดการข้อมูลดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน สู่การเป็นแบรนด์สีอันดับ 1
ในอาเซียน" นายจตุภัทร์กล่าวทิ้งท้าย


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น