สมาคมประกันชีวิตไทยเตือนผู้เอาประกันภัยอย่ายกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต
สมาคมประกันชีวิตไทยเตือนผู้เอาประกันภัยอย่ายกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต
สมาคมประกันชีวิตไทย เตือนผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบสัญญาเสียประโยชน์มากกว่าได้
รวมถึงอาจเสียสิทธิทางภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร และจะต้องคืนเงินภาษีในส่วนที่ได้รับการยกเว้นและอาจโดยค่าปรับร้อยละ
1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องจ่าย
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์
นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันผู้เอาประกันภัยบางรายถูกแนะนำให้ยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อไปทำกรมธรรม์ใหม่
(Twisting policy) ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบพร้อมแนะนำกรมธรรม์ใหม่
อ้างผลประโยชน์ตอบแทนหรือความคุ้มครองที่มากกว่าเพื่อเป็นการชักจูงใจ หากผู้เอาประกันภัยหลงเชื่อยกเลิกกรมธรรม์
จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัย แต่จะทำให้ผู้เอาประกันภัยสูญเสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
ไปอย่างน่าเสียดาย อาทิ ความคุ้มครองต่อเนื่อง กรมธรรม์บางแบบมีมูลค่าเวนคืน
และหากทำกรมธรรม์ฉบับใหม่การจ่ายเบี้ยประกันชีวิตก็จะแพงขึ้นตามอายุของผู้เอาประกันภัยที่เพิ่มขึ้น
รวมถึงหากจะทำประกันสุขภาพฉบับใหม่ จะต้องแถลงข้อความจริงเกี่ยวกับสุขภาพ
ซึ่งเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นสุขภาพอาจมีปัญหา บริษัทมีสิทธิปฏิเสธไม่รับประกันภัย
หรือถ้ารับก็อาจต้องชำระเบี้ยประกันภัยในอัตราที่สูงขึ้น
และต้องเริ่มนับระยะเวลารอคอย (Waiting period) ใหม่อีกด้วย
นอกจากนี้ ผู้เอาประกันภัยที่เคยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไปแล้ว
หากมีการยกเลิกหรือเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันภัยสุขภาพ
หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่ใช้ลดหย่อนภาษีก่อนเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
จะถือว่าไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายผู้เอาประกันภัยจะต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมของปีภาษีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตไปแล้ว
รวมถึงเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องจ่ายให้กับกรมสรรพากร
นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโอกาสนี้ ขอย้ำเตือนประชาชนทุกท่านว่า
ก่อนยกเลิกหรือเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ
ควรพิจารณาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัทประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตามแต่ละกรมธรรม์ก่อนว่าจะเสียสิทธิประโยชน์อะไรไปบ้าง
หรือหากท่านประสบปัญหาทางการเงิน บริษัทอาจแนะนำให้ท่านกู้ยืมเงินจากกรมธรรม์หรือใช้มูลค่าขยายเวลา
โดยยังคงได้รับความคุ้มครองอยู่ตามเจตนารมณ์เดิมของการเริ่มต้นทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพเพื่อบริหารความเสี่ยงไม่ให้ตนเองต้องล้มละลาย
หรือกลายเป็นภาระของคนในครอบครัวหากเกิดเหตุไม่คาดคิด

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น