ฟอร์ติเน็ต เผย รายงานช่องว่างด้านทักษะประจำปี พบความเชื่อมโยงระหว่างการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการขาดทักษะในประเทศไทย
ฟอร์ติเน็ต เผย รายงานช่องว่างด้านทักษะประจำปี พบความเชื่อมโยงระหว่างการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์
และการขาดทักษะในประเทศไทย
92% ขององค์กรในประเทศไทย พบว่าการละเมิดข้อมูลในปีที่ผ่านมามีส่วนมาจากการขาดทักษะทางไซเบอร์
และ 72% มาจากความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นจากช่องว่างด้านทักษะ
ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า การมีบุคลากรด้านไซเบอร์ที่ได้รับการฝึกอบรมและผ่านการรับรองถือเป็นปราการป้องกันด่านแรก
ท่ามกลางภาพรวมภัยคุกคามที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดย 68% ขององค์กรในประเทศไทย ต่างเคยประสบกับการละเมิดเนื่องจากมีช่องว่างด้านทักษะทางไซเบอร์
ซึ่งฟอร์ติเน็ตเอง มุ่งมั่นในการปิดช่องว่างดังกล่าวมาตลอด ด้วยการออกแบบโปรแกรมการฝึกอบรมที่ครอบคลุม
เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะมีพื้นฐานอย่างไรก็ตาม โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ
สถาบันการศึกษา และผู้นำในอุตสาหกรรม โดยเรามุ่งหวังที่จะสร้างกลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถในการปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนในปัจจุบันได้
ดร. รัฐิติ์พงษ์
พุทธเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ ฟอร์ติเน็ต ประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว
จนกลายเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ตั้งแต่การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์
ตลอดจนช่วงโหว่ในซัพพลายเชน ทำให้องค์กรมากมายต้องตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักและเกิดความไม่ปลอดภัยกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ซึ่งฟอร์ติเน็ต
ตระหนักดีถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการรับมือกับภัยคุกคามที่ก้าวหน้าเหล่านี้
ด้วยการมอบความพร้อมให้องค์กรธุรกิจ ทั้งโซลูชันที่ผสานรวมการทำงานได้อย่างสมบูรณ์และครอบคลุม
ให้ความรู้เท่าทันภัยคุกคามที่ล้ำหน้า และการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็นในการเสริมความแข็งแกร่งในการสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับธุรกิจ
ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน
เปิดเผยรายงานช่องว่างด้านทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลกประจำปี 2024 โดยเน้นถึงความท้าทายอย่างต่อเนื่องในเรื่องการขาดทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
ที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรต่างๆ ในประเทศไทย โดยผลการรายงานยังครอบคลุมประเด็นหลักต่อไปนี้
- องค์กรต่างๆ กำลังเชื่อมโยงการละเมิดความปลอดภัยกับช่องว่างด้านทักษะทางไซเบอร์มากขึ้น
- การละเมิดยังคงสร้างผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจ และผู้นำระดับบริหารมักถูกลงโทษเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
- ผู้ว่าจ้างยังคงให้ความสำคัญกับการรับรองในระดับสูง เนื่องจากเป็นสิ่งยืนยันถึงความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบัน
- ยังมีโอกาสอีกมากมายในการว่าจ้างกลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถหลากหลายเพื่อแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนทักษะ
ช่องว่างด้านทักษะทางไซเบอร์ ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องกับหลายบริษัททั่วโลก
มีการประเมินว่าจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ 4 ล้านคน เพื่อเติมเต็มช่องว่างของบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ขยายตัวมากขึ้น
ในขณะเดียวกันรายงานการศึกษาช่องว่างด้านทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์ในทั่วโลก
(Global Cybersecurity Skills Gap Report) ของฟอร์ติเน็ตประจำปี 2024 พบว่า 72% ขององค์กรในประเทศไทยระบุว่าการขาดแคลนทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
เพิ่มความเสี่ยงให้กับองค์กรมากขึ้น รายงานยังเน้นว่าช่องว่างด้านทักษะที่ขยายกว้างขึ้นส่งผลกระทบต่อบริษัททั่วโลกในประเด็นต่อไปนี้
- องค์กรต่างๆ มองว่าการละเมิดความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นมาจากการขาดทักษะด้านไซเบอร์
โดยในปีที่ผ่านมา 68% ของผู้นำองค์กรในประเทศไทยกล่าวว่า
ได้รับประสบการณ์ในการถูกละเมิดที่ส่วนหนึ่งอาจมาจากการขาดทักษะด้านไซเบอร์
- การละเมิดส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากขึ้น โดยสร้างผลกระทบมากมาย ตั้งแต่ปัญหาด้านการเงินตลอดจนปัญหาการเสื่อมเสียชื่อเสียง
ผลสำรวจในปีนี้ ยังเผยให้เห็นว่าผู้นำองค์กรต่างๆ ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทางไซเบอร์มากขึ้น
โดย 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยระบุว่า
กรรมการหรือผู้บริหารต้องโดนค่าปรับหรือสูญเสียตำแหน่งหน้าที่การงาน
กระทั่งตกงานจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ 69% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังระบุว่าการถูกละเมิดทำให้องค์กรมีค่าใช้จ่ายมากกว่าล้านเหรียญสหรัฐจากการสูญเสียรายได้
รวมถึงค่าปรับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้น 56% จากรายงานในปี 2023
- กรรมการบริหาร มองว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์ คือสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจ
ส่งผลให้ผู้บริหารและคณะกรรมการบริหารต่างให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์กันมากยิ่งขึ้น
โดย 82% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารขององค์กรในไทย
มุ่งเน้นเรื่องการรักษาความปลอดภัยในปี 2023 มากกว่าในปีที่ผ่านมา
และผู้ตอบแบบสอบถามทั้ง 100% กล่าวว่า กรรมการบริหารมองว่าการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นสำหรับธุรกิจ
ผู้จัดการฝ่ายสรรหาบุคลากร ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และใบรับรอง (Certifications) อย่างต่อเนื่อง
ผู้นำธุรกิจส่วนใหญ่ถือว่า การได้รับการรับรองคือการยืนยันถึงความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
และผู้ที่ได้รับการรับรองหรือทำงานกับผู้ที่ได้รับการรับรอง ต่างเห็นประโยชน์ในเรื่องนี้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ผลสำรวจในปีนี้ยังพบว่า
- ผู้สมัครงานที่ได้รับการรับรองมีข้อได้เปรียบมากกว่า 94% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า ต้องการจ้างผู้สมัครงานที่มาพร้อมใบรับรองในประเทศไทย
- บรรดาผู้นำเชื่อว่าการได้รับการรับรอง เป็นการช่วยปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น
ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับใบรับรองในประเทศไทย
โดย 92% กล่าวว่ายินดีจ่ายเงินเพื่อให้พนักงานได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
- การหาผู้สมัครงานที่ผ่านการรับรองไม่ใช่เรื่องง่าย โดย 68% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า การหาผู้สมัครงานที่ผ่านการรับรองที่มุ่งเน้นเรื่องเทคโนโลยีนับเป็นเรื่องยาก
บริษัทต่างๆ กำลังขยายเกณฑ์การว่าจ้างเพื่อเติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่าง
เนื่องจากปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรทางไซเบอร์ยังคงมีอยู่ องค์กรบางแห่งจึงปรับกลุ่มการจ้างงานให้หลากหลายขึ้น
รวมถึงผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัตินอกเหนือพื้นฐานงานแบบเดิม เช่น วุฒิปริญญาตรี 4 ปี ในสาขาวิชาการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์หรือที่เกี่ยวข้อง
เพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถใหม่ๆ และเติมเต็มตำแหน่งงานที่ว่าง การเปลี่ยนข้อกำหนดในการจ้างงานสามารถปลดล็อกเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ
โดยเฉพาะในกรณีที่องค์กรยินดีจ่ายเงินค่าฝึกอบรมและใบรับรอง นอกจากนี้
รายงานยังพบประเด็นต่อไปนี้
- องค์กรต่างๆ ยังคงมีโปรแกรมที่มุ่งเน้นการสรรหาบุคลากรจากกลุ่มผู้สมัครที่มีความสามารถหลากหลาย
โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 94% กล่าวว่าองค์กรของตนมีการกำหนดเป้าหมายการจ้างงานที่หลากหลายในประเทศไทย
สำหรับอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
- ในขณะที่ผู้จัดการฝ่ายสรรหาบุคลากรจำนวนมากให้ความสำคัญกับการรับรอง
แต่อีกหลายองค์กรยังคงต้องการจ้างผู้สมัครงานที่มีพื้นฐานการทำงานแบบเดิมอยู่
โดย 96% ขององค์กรในประเทศไทยยังคงต้องการวุฒิปริญญาตรี
4 ปี และ 66% ต้องการจ้างเฉพาะผู้สมัครงานที่มีพื้นฐานการฝึกอบรมแบบเดิม
องค์กรต่างๆ กำลังนำแนวทาง 3 ประการมาใช้สร้างความสามารถในการรับมือทางไซเบอร์ ซึ่งการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเกิดบ่อยขึ้นเรื่อย
ๆ เมื่อประกอบกับความเป็นไปได้ที่อาจสร้างผลเสียรุนแรงต่อคณะกรรมการและผู้บริหารโดยส่วนตัว
จึงส่งผลให้มีการผลักดันอย่างเร่งด่วนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วองค์กร
ทำให้องค์กรต่างๆ มุ่งเน้นในการนำแนวทาง 3 ประการมาใช้รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยผสมผสานทั้งเรื่องการฝึกอบรม
การตระหนักรู้ และการใช้เทคโนโลยี
- ช่วยให้ทีมงานไอที และซีเคียวริตี้ มีทักษะสำคัญด้านการรักษาความปลอดภัย ด้วยการลงทุนเรื่องการฝึกอบรมและใบรับรองที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว
- ปลูกฝังให้พนักงานด่านหน้าตระหนักเรื่องของไซเบอร์ เพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยองค์กรได้มากยิ่งขึ้น
ด้วยการเป็นปราการป้องกันด่านแรก
- ใช้โซลูชันรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง
เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ฟอร์ติเน็ตจึงนำเสนอสายผลิตภัณฑ์ที่ผสานรวมการทำงานได้สมบูรณ์ที่สุด
ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซมากกว่า 50 รายการผ่านแพลตฟอร์ม
Fortinet Security Fabric นอกจากนี้สถาบันฝึกอบรมของฟอร์ติเน็ต
(Fortinet Training Institute) ที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ
โดยเป็นหนึ่งในโปรแกรมการรับรองและฝึกอบรมที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม ยังคงทุ่มเทความมุ่งมั่นในการให้การรับรองด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
และสร้างโอกาสด้านสายอาชีพใหม่ๆ ให้แก่ประชากรทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมเพื่อสร้างการตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัย (Security
Awareness Training) ให้แก่องค์กรต่างๆ เพื่อพัฒนาทีมบุคลากรให้มีความรู้ด้านไซเบอร์
เกี่ยวกับการสำรวจช่องว่างด้านทักษะของฟอร์ติเน็ต
- การสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอที
และไซเบอร์ซีเคียวริตี้กว่า 1,850 รายใน 29 ประเทศและต่างโลเคชัน
- ผู้เข้ารับการสำรวจมาจากอุตสาหกรรมหลายภาคส่วน
ได้แก่ ภาคเทคโนโลยี (21%) ภาคการผลิต (15%) และภาคบริการด้านการเงิน (13%)
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
- เรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกบรมด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของฟอร์ติเน็ตได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ซึ่งรวมถึงการฝึกอบรมด้านผลิตภัณฑ์
และการตระหนักรู้เกี่ยวกับไซเบอร์ในวงกว้าง ในฐานะส่วนหนึ่งของ Fortinet Training Advancement Agenda (TAA) สถาบันฝึกอบรมของฟอร์ติเน็ต
ยังให้การฝึกอบรมและการรับรองผ่านโปรแกรมการรับรอง Network
Security Expert (NSE) รวมถึง Academic
Partner และโปรแกรม Education
Outreach
- เยี่ยมชม fortinet.com/trust
เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมของฟอร์ติเน็ต ความร่วมมือกับพันธมิตร
กระบวนการรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ ที่มอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้ว
ได้ทุกสถานที่ตราบที่คุณต้องการ
- เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของฟอร์ติเน็ตในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการผสานรวมการทำงานของผลิตภัณฑ์
ตลอดจนความรับผิดชอบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นโยบายและแนวทางในการเปิดเผยช่องโหว่
- เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ FortiGuard Labs ความรู้เท่าทันภัยคุกคามและการวิจัย รวมถึงการแจ้งเตือนการระบาด ที่ให้ขั้นตอนในการลดความรุนแรงในการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที
- เรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับสายผลิตภัณฑ์ด้านการบริการ FortiGuard Security Services ของฟอร์ติเน็ต
- อ่านเกี่ยวกับวิธีการที่ลูกค้าฟอร์ติเน็ตใช้ในการรักษาความปลอดภัยในองค์กร
- ติดตามฟอร์ติเน็ตได้ทาง Twitter, LinkedIn, Facebook และ Instagram สมัครเพื่อรับชมฟอร์ติเน็ต ได้ทั้งทางบล็อก
และ YouTube






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น