ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงเส้นทางขนส่งน้ำมันสองฝั่งคาบสมุทรอาหรับหยุดชะงัก ขณะที่เงินเฟ้อไทยปีนี้คาดอยู่ที่ 2.0% บริโภคอาจแผ่วลง
เศรษฐกิจโลกและไทย
ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
จากความเสี่ยงเส้นทางขนส่งน้ำมันสองฝั่งคาบสมุทรอาหรับหยุดชะงัก
ขณะที่เงินเฟ้อไทยปีนี้คาดอยู่ที่ 2.0% บริโภคอาจแผ่วลง
โลก: ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูงจากการหยุดชะงักของอุปทานที่อาจทวีความรุนแรง แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสงครามกับอิหร่านจะจบลงในไม่ช้าหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ แต่ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังสูงกว่าสัปดาห์ก่อน 8.6% และยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ติดต่อกัน 4 วันทำการ จากการปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุฯ ชั่วคราว และอิหร่านที่เข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่อุปทานพลังงานอาจชะงักงันเป็นเวลานาน
ดอกเบี้ยนโยบาย: ความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นหนุนธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
โดย
ECB
ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.50%
ในการประชุมวันที่ 10 กันยายน ขณะที่ BOJ มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่
18 กันยายน 0.25% สู่ระดับ 1.25% เพื่อบรรเทาเงินเฟ้อและชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน
ด้านสหรัฐฯ แม้ว่าค่าจ้างชะลอตัวและเงินเฟ้อพื้นฐานต่ำสุดในรอบ 65 เดือน
แต่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
สร้างความกังวลเงินเฟ้อและเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16
กันยายนนี้
จีน: การค้าระหว่างประเทศยังคงหนุนเศรษฐกิจ โดยการส่งออกขยายตัว
25% YoY
ในเดือนสิงหาคม นำโดยสินค้าไฮเทค (+57%)
ส่วนดุลการค้าในช่วง 8 เดือนแรกเกินดุลสูงถึง 806 พันล้านดอลลาร์ (+3.1%) อย่างไรก็ตาม
ดุลการค้าที่เกินดุลสูงต่อเนื่องอาจเพิ่มแรงกดดันต่อความขัดแย้งทางการค้า
ขณะเดียวกัน ธุรกิจยังคงเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นตามราคาพลังงานโลก
แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ (ดังรูป)
โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งตลาดในประเทศเป็นหลัก
ไทย: เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น
แต่คาด กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบาย กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นสู่ระดับ
2.53%
YoY ในเดือนสิงหาคม จาก 1.95% ในเดือนกรกฎาคม
ส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) เพิ่มขึ้นเป็น 1.44% จาก 1.34%
ตามราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง
โดยส่วนหนึ่งเป็นผลของกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส
การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคมมีปัจจัยหลักจากหมวดพลังงาน
(+8.59% YoY) และค่าโดยสารสาธารณะ (+7.23%) ในระยะต่อไป
ความตีงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
มีแนวโน้มเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีจะอยู่ที่ 2.00%
เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 1.37% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดปรับสูงขึ้น นำโดยหมวดอาหารสำเร็จรูป (+3.72%) ในระยะข้างหน้า
การทยอยส่งผ่านต้นทุนพลังงานมายังราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มเติมอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม
ความอ่อนแอของอุปสงค์ในประเทศคาดว่าจะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาร่วมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับต่ำและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
คาดว่าการดำเนินนโยบายการเงินจะมุ่งเน้นมาตรการเฉพาะจุดมากกว่ามาตรการในวงกว้าง
ดังนั้น แม้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
แต่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะทรงตัวในช่วงที่เหลือของปี




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น