ผถห. PTG ฉลุย! โหวตจ่ายปันผลปี 66 อัตรา 0.35 บ./หุ้น ลุยขยาย Non-Oil – LPG – พันธุ์ไทยเต็มพิกัด คาดยอดขายน้ำมันปีนี้โตเข้าเป้า 10-12%
ผถห. PTG ฉลุย!
โหวตจ่ายปันผลปี 66 อัตรา 0.35 บ./หุ้น
ลุยขยาย Non-Oil – LPG – พันธุ์ไทยเต็มพิกัด
คาดยอดขายน้ำมันปีนี้โตเข้าเป้า 10-12%
ผู้ถือหุ้น บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ขานรับมติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2566 ในอัตรา 0.35
บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 17 พ.ค.นี้ ซีอีโอ “พิทักษ์ รัชกิจประการ”
ตอกย้ำความมั่นใจภาพรวมธุรกิจปีนี้ยังสดใสจากธุรกิจ Non-Oil ก๊าซ
LPG และกาแฟพันธุ์ไทยที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
จากยอดสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus เพิ่มขึ้น
เดินหน้าต่อยอดธุรกิจต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีศักยภาพ
พร้อมประเมินยอดขายน้ำมันปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10-12%
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี
2567 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในงวดประจำปี 2566 อัตรา 0.35
บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 584.5 ล้านบาท โดยได้กำหนดวันจ่ายเงินปันผล
ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2567
“PTG ยังคงเดินหน้าในการเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร
โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างครอบคลุม
และสามารถใช้ชีวิตภายใต้ระบบนิเวศของบริษัทฯ ได้อย่าง อยู่ดี มีสุข
ซึ่งในส่วนของผู้ถือหุ้นอยากให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน การที่บริษัทฯ
จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเพื่อเป็นการขอบคุณที่มั่นใจในผู้บริหาร ธุรกิจ
และผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีศักยภาพ
รวมทั้งขอให้เชื่อมั่นในทีมผู้บริหารว่าจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อนำพาบริษัทฯ ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”
นายพิทักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ
ยังคงประมาณการการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันปี 2567 ไว้ที่ 10-12%
เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจไทยโดยภาพรวม
รวมถึงการเข้ามาใช้บริการซ้ำของลูกค้ากลุ่มผู้ถือบัตร PT Max Card และ Max Card Plus พร้อมกันนี้ยังคงวางเป้าการขยายสถานีบริการไว้ที่จำนวน 2,251 สถานีบริการ
รวมถึงมีการปรับปรุงสถานีบริการให้มีความทันสมัย
และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้สามารถเข้าถึงความ “อยู่ดี มีสุข”
ภายใต้ระบบนิเวศของบริษัทฯ ได้อีกด้วย
สำหรับธุรกิจ Non-Oil ปีนี้ยังคงวางเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ระดับ
40-50%
โดยวางเป้าหมายการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ไว้ที่
30-40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งการเติบโตมาจากกลุ่ม Auto LPG ด้วยการยกระดับประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าด้วยงานบริการ ส่งเสริมยอดขาย
และครองส่วนแบ่งการตลาด อันดับ 1 ด้วยโครงการ “Taxi Transform” และ “Auto Transform”, กลุ่มก๊าซครัวเรือนและอุตสาหกรรม
ด้วยการมุ่งรักษาฐานลูกค้าหลักเดิม และหาฐานลูกค้าใหม่
รวมถึงการนำเสนอโปรโมชั่นการขาย และการรับรู้แบรนด์ PT แก่ลูกค้า
และเน้นการขยายจำนวนสถานีบริการ Auto LPG และ Gas
Shop เป็น 788 สาขา จากปี 2566 ที่มีอยู่ 573 สาขา
ส่วนธุรกิจร้านกาแฟพันธุ์ไทยยังคงเน้นการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
โดยวางเป้าขยายในปีนี้ไว้ที่ 400 สาขา และเน้นการขยายในพื้นที่ที่มีศักยภาพมากขึ้น
และการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ
เพื่อดึงดูดลูกค้ารวมถึงการเข้ามาใช้บริการซ้ำของกลุ่มลูกค้าเดิม และลูกค้ากลุ่มผู้ถือบัตร
PT Max Card และ PT Max Card Plus
ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ภายใต้ธุรกิจ Non-Oil
ยังคงวางแผนขยายสาขาและ Touchpoints อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งปีนี้บริษัทฯ วางเป้าจำนวนสาขาธุรกิจ Non-Oil อื่น ๆ
เป็นจำนวน 961 Touchpoints เพิ่มขึ้น 329 Touchpoints
โดยมีการขยายจำนวนหลัก ๆ มาจากสถานีอัดประจุไฟฟ้า Elex by
EGAT PT เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs และสาขาร้านสะดวกซื้อ
Max Mart เป็นต้น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น