“ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง”
เพื่อโรงเรียนพระดาบส
“…ขณะนี้
ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริง
มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหา ไม่มีความรู้พื้นฐาน
และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ได้
หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ให้มีความรู้ วิชาชีพที่เขาปรารถนา
ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้…” พระราชดำรัสตอนหนึ่งของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระราชกำเนิด “โครงการพระดาบส” ที่ทรงพระราชทานแก่พล.ต.ต.สุชาติ
เผือกสกนธ์ เลขาธิการคนแรกของ “มูลนิธิพระดาบส” เมื่อปี พ.ศ. 2518
โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 ด้วยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระประสงค์จะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา
ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือไม่มีวุฒิการศึกษาพื้นฐานพอที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับสูง
ให้ได้มีวิชาชีพติดตัว และทำมาหารายได้เลี้ยงตนเองได้ โดยจัดการเรียนการสอนวิชาชีพระดับ “ประกาศนียบัตรพระดาบส” ในรูปแบบโรงเรียนประจำหลักสูตร
1 ปี (เริ่มเดือนเมษายน) มุ่งเน้นการฝึกทักษะวิชาชีพ
เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานประกอบอาชีพได้จริงและฝึกทักษะชีวิตเพื่อให้สามารถดำรงตน จำนวนปีละประมาณ
150 คน โดยผู้ที่จะสมัครเข้าเรียนต้องเป็นผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์
อายุ 18-35 ปี ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา ไม่เสียค่าเล่าเรียน
มีที่พักและอาหารให้ แต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรตั้งใจเล่าเรียน และประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี
เคร่งครัดในระเบียบวินัยและยินดีเต็มใจรับผิดชอบภารกิจร่วมกับหมู่คณะ ปัจจุบันมีผู้เรียนสำเร็จการศึกษาไปแล้วกว่า
1,800 คน
เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธาน โครงการ “ชลิต
อินดัสทรี สานต่อ ก่ออาชีพช่าง” โดย บริษัท
ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง
ภายใต้แบรนด์ “POP” ตระหนักถึงความสำคัญของพัฒนาด้านการศึกษาและการส่งเสริมสร้างวิชาชีพให้แก่เยาวชนไทย
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมหลักสูตรวิชาช่างของโรงเรียนพระดาบส
มูลนิธิพระดาบส ด้วยการบริจาคเงินพร้อมอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยาง
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนและการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส
มูลนิธิพระดาบส
โดยเมื่อเร็วๆนี้
พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส
ได้ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบเงินบริจาค พร้อมอะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยาง จากนายชวิศ
ยงเห็นเจริญ และนางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ ผู้ดำเนินโครงการ “ชลิต
อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส
มูลนิธิพระดาบส ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมวิชาชีพช่างให้แก่น้องๆเยาวชน
โดยมี นายอัครเดช ชูจิตต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส,
พลเรือตรีหญิง ปณิธิ จั่นทอง ผู้อำนวยการ สำนักงานมูลนิธิพระดาบส และนาวาอากาศเอก
ธนกฤต เสงี่ยมงาม รองหัวหน้า สำนักงานมูลนิธิพระดาบส ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ
สำนักงานมูลนิธิพระดาบส
นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ
บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า นอกจากการมอบเงินเพื่อสมทบเป็นทุนค่าเล่าเรียนให้กับน้องๆ
และอุปกรณ์อะไหล่ยานยนต์ต่างๆเพื่อให้น้องๆได้นำไปลงมือฝึกปฏิบัติจริง ทางบริษัทชลิต
อินดัสทรีฯ ยังยินดีรับนักเรียนช่างของโรงเรียนพระดาบสที่กำลังจะจบหลักสูตร เข้าฝึกงานในโรงงานของบริษัท
ชลิต อินดัสทรี จำกัด ในแผนกต่างๆตามเหมาะสม อาทิ แผนกช่างซ่อมบำรุง ช่างไฟฟ้า
เป็นต้น ช่วยเพิ่มโอกาสและช่วยสานฝันน้องๆเยาวชนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นช่างฝีมือให้มีวิชาชีพและสามามารถสร้างรายได้ดูแลตนเองและครอบครัวได้
ด้านนางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและกิจกรรมเพื่อสังคม
กล่าวว่า โครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อ ก่ออาชีพช่าง” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท โดยที่ผ่านมา บริษัทชลิต
อินดัสทรี ฯ มีส่วนช่วยสร้างงานให้คนในชุมชนมีงานทำและมีรายได้เลี้ยงคนในครอบครัว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและตอบแทนสังคม ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรต่างๆรวมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา และการสร้างวิชาชีพแก่ผู้ด้อยโอกาสให้ได้ศึกษาหาความรู้และมีวิชาชีพติดตัวสามารถดำเนินชีวิตและดูแลครอบครัวได้
นายอัครเดช ชูจิตต์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส กล่าวว่า ที่นี่มีการเรียนการสอนที่แตกต่างจากหลักสูตรทั่วไปด้วยการมุ่งเน้นสร้างนักเรียนให้เป็นคนดีพร้อมกับการเรียนที่มุ่งเน้นการปฎิบัติจริงมากกว่าภาคทฤษฎีให้กลายเป็นมืออาชีพ
ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบส มีหลักสูตรช่าง 7 หลักสูตร ที่เปิดสอนสำหรับศิษย์พระดาบส
(ชาย) ให้มีโอกาสเลือกเรียนในสาขาที่ตนมีความสนใจและความถนัดภายหลังจากจบการฝึกพื้นฐานช่างเรียบร้อยแล้ว
ได้แก่ 1. หลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ 2.
หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้า 3. หลักสูตรวิชาชีพช่างอิเล็กทรอนิกส์
4. หลักสูตรวิชาชีพช่างซ่อมบำรุง 5. หลักสูตรวิชาชีพการเกษตรพอเพียง
6. หลักสูตรวิชาชีพช่างไม้เครื่องเรือน และ 7. หลักสูตรวิชาชีพช่างเชื่อม นอกจากนี้ยังได้เปิดหลักสูตรเคหบริบาล สำหรับศิษย์พระดาบส
(หญิง) เรียนรู้การดูแลสุขภาพพื้นฐานเพื่อดูแลผู้สูงอายุและเด็กหรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
เปิดสอนระยะสั้นแก่บุคคลทั่วไปในหลักสูตรการนวดเพื่อสุขภาพและหลักสูตรต่อยอดผู้ช่วยแพทย์แผนไทย
อีกด้วย
สำหรับผู้สนใจ
อยากมีส่วนร่วมสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับน้องๆ สามารถติดต่อมูลนิธิพระดาบสโทรศัพท์
02-282-7000
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.phradabos.or.th



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น